gOo's profile戸田 恵梨香です。PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
戸田 恵梨香です。よろしくお願いしま~す・・・ July 03 [PV] EXILE - 道 (Michi)Online Videos by Veoh.com 『思い出が 時間を止めた』
今日の日を忘れるなと 見慣れた景色 二度と並べない 思い出の道 この道で 君と出会い 春が僕らを包んでた 愛と優しさ 教えてくれたね 泣かないで歩こう 空、今日も青空です 泣き笑いしたあの時 あたりまえが未来に変わる 「希望」「夢」「愛」話したい 動くな時間 空に叫ぶ キミを忘れない 優しさに出会たことで 僕は独りじゃなかった 誰も消せない 心のアルバム 笑えるかもね 『動き出した 最後の時間』 君に伝えたい言葉 涙 邪魔して 空を見上げたら 春の音 聞こえた 道、君と歩いた今日まで かすかに 動くくちびる 特別な時間をありがとう 「心」「勇気」「友」「笑顔」 嬉しすぎて 溢れ出した 涙が とまらない ゆっくりと歩き出そう この道 未来へ続く さよなら 泣かないで 忘れないよ 離れても 愛しています 道、君と歩いた今日まで かすかに 動くくちびる 特別な時間をありがとう 「心」「勇気」「友」「笑顔」 嬉しすぎて 溢れ出した 涙が とまらない
ความทรงจำที่ทำให้กาลเวลาหยุดหมุน
จงอย่าลืมเรื่องราวในวันนี้ไป
ทิวทัศน์ต่างๆที่ผ่านไป ไม่อาจคืนย้อนมาใหม่
นั่นคือหนทางแห่งความทรงจำ
ทางเส้นนี้ที่ฉันพบเธอ
ฤดูใบไม้ผลิที่โอบล้อมพวกเราไว้
ทำให้เราได้รับรู้ถึงความรักและความอ่อนโยน
อย่าหลั่งน้ำตาและก้าวเดินต่อไป
ท้องฟ้าในวันนี้ก็ยังคงเป็นสีฟ้า
อย่างเช่นวันที่หัวเราะและร้องไห้ไปด้วยกัน
เป็นเรื่องธรรมดาที่อนาคตจะแปรเปลี่ยนไป
เรื่อง ความหวัง ความฝัน ความรัก ที่ฉันอยากจะพูดไป
ล่วงผ่านไปตามกาลเวลา
ได้แต่ร้องบอกท้องฟ้า
ว่าจะไม่ลืมเธอ
การพบกันอย่างอ่อนโยนในครั้งนั้น
ทำให้ฉันรู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว
ภาพของความทรงจำในใจที่ไม่มีใครสามารถลบออกไปได้
ยังทำให้ยิ้มออก
เวลาช่วงสุดท้ายที่เคยก้าวผ่าน
ยังมีถ้อยคำที่อยากบอกเธอ
ในขณะที่น้ำตาบดบังขณะที่มองท้องฟ้า
ยังได้ยินเสียงของฤดูใบไม้ผลิ
เส้นทางที่เคยเดินเคียงข้างกับเธอจนถึงเมื่อวาน
ริมฝีปากบางๆของเธอ
ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาอันแสนมีค่า
ความรู้สึก ความกล้า มิตรภาพ และ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเธอ
ทำให้ฉันมีความสุขเกินที่จะเอ่ย
แม้จะลาจากกันไป
น้ำตายังคงไม่หยุดไหล
ราวกับทุกก้าวนั้นช้าลง
เส้นทางสายนี้ยังคงดำเนินต่อไป
ลาก่อน ได้โปรดอย่าหลั่งน้ำตา
ฉันจะไม่ลืมเลย
ถึงแม้จะแยกกันไปแต่ยังคงรักอยู่ไม่คลาย
เส้นทางที่เคยเดินเคียงข้างกับเธอจนถึงเมื่อวาน
ริมฝีปากบางๆของเธอ
ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาอันแสนมีค่า
ความรู้สึก ความกล้า มิตรภาพ และ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเธอ
ทำให้ฉันมีความสุขเกินที่จะเอ่ย
แม้จะลาจากกันไป
น้ำตายังคงไม่หยุดไหล
June 08 [PV] Ohyama Yurika feat. Toda Erika
春色作詞: GAKU-MC 作曲: 桜井秀俊 桜並木が 色づいて 前略 そちらの様子はどうですか 季節は 巡って キミがそばにいない 桜吹雪が 舞い降りて 手にした代わりに 何かの終わりは キミと出会えた事 桜だよりが 届いて 桜色した この街の 色づいて
สีแห่งฤดูใบไม้ผลิ
สีของเหล่าซากุระที่เรียงราย
ทำให้เมืองที่ฉันอยู่กลายเป็นสีฤดูใบไม้ผลิ
และอนาคตข้างหน้าเป็นดั่งหนทางอันแสนไกล
ก่อนหน้านี้ทางนั้นจะเป็นอย่างไรบ้างนะ
เธอจะยุ่งจน
นอนไม่พอมั้ยนะ
เมื่อฤดูกาลเริ่มแปรผัน
มันช่างเป็นวันที่เงียบสงบจริงๆ
ดอกไม้เหล่านั้นที่พวกเราชอบ
จะกำลังเบ่งบานอยู่รึเปล่านะ
ไม่มีสิ่งใดที่เปลี่ยนแปลงไป
นอกจาก
การที่ไม่มีเธออยู่ข้างกาย
กลีบซากุระที่โปรยปราย
เมืองที่เธออยู่คงกลายเป็นสีฤดูใบไม้ผลิแล้วสินะ
และจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้
ท้องฟ้ายามค่ำคืนนี้ก็ยังคงจะไปถึงยังเมืองเธอ
เรื่อยไป
เหมือนบางสิ่งที่เคยมี
ได้ขาดหายไป
และเรื่องเหล่านั้น
ทำให้มีบางค่ำคืนที่ต้องร้องไห้
ไม่ว่าสิ่งไหนจะเปลี่ยนแปลงไป
ไม่ว่าสิ่งไหนจะเริ่มต้นใหม่
จงเปิดประตูออกไปและ
ก้าวเดินออกไปพร้อมกับรอยยิ้ม
การที่ได้พบกับเธอ
ชั้นอยากเอ่ยคำขอบคุณ
จากหัวใจ
การมาถึงของเหล่าซากุระ
ทำให้เมืองของพวกเราในวันนี้เป็นสีฤดูใบไม้ผลิ
ภายใต้ดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานนั้น
ถ้อยคำสัญญาที่แปรเปลี่ยน
ยังคงดำเนินต่อไป
บรรดาดอกซากุระทำให้เมืองนี้
แปรเปลี่ยนไปเป็นสีของฤดูใบไม้ผลิ
ความรักของเธอและ
ความอบอุ่นนั้นยังคงอยู่
ภายในหัวใจเสมอ
สีของเหล่าซากุระที่เรียงราย
ทำให้เมืองที่ฉันอยู่กลายเป็นสีฤดูใบไม้ผลิ
และอนาคตข้างหน้าเป็นดั่งหนทางอันแสนไกล
ปล. พูดถึงเนื้อเพลงที่แปล ถ้าใครจะเอาไปเผยแพร่ยังไง กรุณาเครดิต หรือ ทำ Link กลับมาที่นี่ก็ได้ เพราะคนแปลมันเหนื่อยนะ(โว้ย!)
อาจจะแปลงงไปไม่มากก็มาก ใครที่ไม่เข้าใจขอโทษด้วย April 23 วันสีฟ้ากับฟ้าสีครามวันสีฟ้า คือ วันที่หมองหม่น
ฟ้าสีคราม คือ ฟ้าที่ใสสด
คนสีฟ้า คือ คนที่มีร่างกายเป็นสีฟ้า
เอ่อ . . . อันเมื่อกี๊ล้อเล่น (แต่เคยเห็นในโฆษณานะ)
วันสีฟ้า
เป็นวันที่ไม่มีจริงตามทฤษฎี
แต่เป็นวันที่มีตามความรู้สึก
ถ้ามีความรักวันอาจเป็นสีชมพู
หรือ ถ้ามีความสุขวันอาจเป็นเป็นสีรุ้ง
แต่ . . .
ถ้าเป็นวันที่มีความเศร้าวันทั้งวันอาจจะเป็นสีฟ้า
(หรือสีที่หม่นกว่านั้น)
ฟ้าสีคราม
บางทีทั้งๆที่ฟ้าก็ยังเป็นสีฟ้าอยู่
แต่ทำไมเราถึงรู้สึกว่าทำไมมันดูหมองหม่นและเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก
อาจจะเป็นเพราะ
มันจะมีเมฆมากมายลอยไปมารอบๆ
แค่เพียงไม่นานเมฆเหล่านั้นก็ต้องจากมันไป
จนฟ้ากลายเป็นฟ้าที่สดใสแต่เงียบเหงา
วันสีฟ้ากับฟ้าสีคราม
เมื่อสองสิ่งที่มีสีเหมือนกัน
แต่ความหมายต่างกันมาเกิดขึ้นพร้อมกัน
ไม่รู้ว่าสีฟ้าของสิ่งไหนจะดูหมองและหม่นกว่ากัน
สีฟ้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ท้องฟ้าเป็นท้องฟ้าเดียวกัน
แต่. . .
ถ้าเราทำฟ้าของเราเป็นสีหม่นแล้วล่ะก็
ฟ้าของคนอื่นก็คงหม่นตาม
(อย่างน้อยก็ฟ้าของพ่อแม่เรา)
เพราะการกระทำของคนหนึ่งย่อมส่งผลฟ้าของอีกคนหนึ่ง
แต่ยังไง
ฟ้าก็ย่อมเป็นสีฟ้า . . .
kAttO
May 30 ในกระจกในกระจก
ฉันเห็นฉัน
สูงเท่าฉัน
น้ำหนักเท่าฉัน
แต่งตัวเหมือนฉัน
ยิ้มพร้อมฉัน
ร้องไห้พร้อมฉัน
ดูเหมือนเราจะเหมือนกันมาก
แต่มือขวาของฉัน
กลับไม่ใช่มือขวาของเขา
หัวใจข้างซ้ายของฉัน
กลับอยู่ข้างขวาของเขา
เรากับเงายังไม่เหมือนกัน
แล้วจะหวังอะไรกับคนอื่น ให้เหมือนเรา
May 26 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีคำถามมาให้ตอบกันเล่นๆ
มนุษย์เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมใช่หรือไม่ ?
. . . . .
อืม อาจจะเป็นคำถามที่มีตัวเลือกน้อยไปหน่อย
แต่อย่าไปสนใจตัวเลือกมากนักเลย
คนเรายังไงก็ไม่มีโอกาสเลือกอะไรมากอยู่แล้ว
กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ
สำหรับผมมนุษย์ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ก็จริงที่ว่ามนุษย์เลี้ยงลูกด้วยนม
แต่ว่า
พฤติกรรมอื่นๆมันไม่เหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต่างหาก
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ
จะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่ตัวเองอาศัยอยู่
แต่มนุษย์
กลับไปปรับสภาพแวดล้อมให้เข้ากับตัวเอง
โดยการทำลายทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย
เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง
พอทรัพยากรหมด
ก็ย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ
พยามยามที่จะหาทรัพยากรมาทดแทนทรัพยากรที่เสียไป
หรืออีกแง่นึง
ก็หามาเพื่อทำลายอย่างซ้ำไปซ้ำมา
ถ้าเปรียบไปแล้ว
มนุษย์มันก็คือไวรัสดีๆนี่เอง
เหมือนกันตรงไหน
เดี๋ยวบอกให้
ไวรัส
ทำลายถิ่นที่อยู่ของตัวเอง
แล้วก็ย้ายไปหาที่อยู่ใหม่
เหมือนมั้ย ?
ไม่เหมือนมันก็เรื่องของคุณ
ต่อไป
เป็นคำถามสุดท้าย
มนุษย์มีค่าควรอยู่ต่อไปมั้ย ?
. . . . . May 12 ความฝัน + ความตาย ก็รู้ว่าการคิดถึงความตายไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเป็นพิเศษ มันคงไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่แนะนำให้ลูกๆคิด หรือไม่ใช่สิ่งที่เป็นหลักสูตรบังคับของกระทรวงศึกษา บางครั้งเราก็พยายามที่จะหักห้ามใจ และคอยย้ำเตือนสมองว่าคิดถึงความตายไปก็เท่านั้น ถึงยังไง ก็ไม่มีวันที่เราจะค้นพบบทสรุปอะไรจนกว่าจะถึงวันที่เรา . . . ตาย
แต่ถ้าถามถึงความเชื่อของเราแล้ว เราเชื่ออยู่ลึกๆว่า เมื่อตายไปแล้ว คนเราคงไม่รู้สึกรู้สาอะไร เหมือนหมดสติแต่ไม่มีวันที่จะฟื้นขึ้น ไม่มีความฝันใดๆ แต่ว่าเรื่องความฝัน เรายังไม่ค่อยแน่ใจ บางครั้งก็เคยคิดเล่นๆว่า จะเป็นไปได้มั้ย ที่ชีวิตในตอนนี้ ที่จริงก็คือความฝันของเราที่ตายไปแล้ว และเราในตอนนี้อยู่ในความฝันของตัวเองในร่างที่หมดสิ้นลมหายใจ
ถ้ามีใครสักคนที่นอนหลับสนิทและกำลังฝันอย่างมีความสุข แล้วใครคนนั้นก็ถูกใครสักคนเอาปืนจ่อหัวแล้วลั่นไก จะเป็นไปได้ไหม ที่คนๆนั้นจะยังคงฝันต่อ และไม่ต้องลาจากโลกแห่งฝันอันหวานชื่นนั้นจนนิรันดร์ โดยไม่รู้ว่า ตัวเองเคยอาศัยอยู่บนโลกอีกใบนึงมาก่อน เรามักคิดว่าความคิดอันนี้มีความเป็นไปได้ที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เราไม่อาจรู้ว่าความฝันของคนอื่นเป็นอย่างไร จะรู้ก็แต่เพียงว่าขณะที่เราฝัน เรารู้สึกกับประสบการณ์ทั้งหมดในความฝันเท่าๆกับที่เรารู้สึกในโลกที่ทุกคนเรียกว่า "โลกแห่งความจริง" May 09 21 ปี ตั้งแต่เกิดมาจนวันนี้อายุ20กว่าปีแล้ว ไม่เคยเลยที่จะมีความคิด ความฝัน ที่อยากทำ หรือ สิ่งที่อยากเป็น ถึงแม้ว่าจะตายไปในตอนนี้ ก็คงจะไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับโลกใบนี้ที่ทำให้เกิดมา อีกอย่าง ช่วงนี้คิดเรื่องเกี่ยวกับความตายบ่อยมาก บางทีก็คิดว่า ถ้าข้ามถนนแล้วจู่ๆมีรถมาชน หรือ พลาดตกลงไปในรางรถไฟฟา จะเป็นยังไง ก็ไม่รู้หรอกนะว่า การที่คิดแบบนี้มันผิดปกติหรือเปล่า แต่ว่า ที่คิดอย่างนี้ สำหรับตัวเรา เราว่ามันไม่ผิดปกติหรอก เพราะว่า ยังไงคนเราก็ต้องตาย ไม่มีใครหรอก ที่ไม่ตาย บางทีถ้าตายไปอจจะดีกว่ามีชีวิตอยู่ก็ได้
เดี๋ยวนี้เริ่มที่จะคิดว่าจะอยู่ไปทำไม อยู่แล้วได้อะไร อยู่ไปก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรขึ้นมา จุดหมายก็ไม่มี มองไปรอบตัวก็เห็นแต่อะไรไม่รู้ มีแต่สิ่งที่ไม่เข้าใจ ถ้าหายไปตอนนี้ ก็อาจจะไม่มีใครสังเกตเห็นก็ได้ เพราะถึงยังไง การที่คนหายไปคนนึง โลกคงจะไม่หยุดหมุน หรือ น้ำจะหมดโลกซะเมื่อไหร่
ก็เคยมีคนถาม ว่าคิดไปแล้วได้อะไร ก็ตอบว่า มันไม่ได้อะไรหรอก มันก็เป็นแค่ความคิดของคนอีกคนนึง ในตัวเราเท่านั้นเอง และตอนนี้ เราก็เริ่มคุมมันไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่ามันจะออกมาเมื่อไหร่ แต่เราก็เห็นด้วยกับมันนะ ที่ว่า อยู่แล้วได้อะไร สุดท้ายนี้ ถ้าใครตอบได้ว่า อยู่แล้วได้อะไร ช่วยตอบที . . . . . |
|
|||
|
|